เดรัจฉานวิชา

กฏธรรมชาติซึ่งพระพุทธเจ้าได้ค้นพบ เพียงเปิดใจ ละอคติ มองด้วยตา
Post Reply
User avatar
P
Posts: 30
Joined: Mon Dec 10, 2018 7:07 am

เดรัจฉานวิชา

Post by P » Wed Feb 13, 2019 5:50 pm

อวิชชาคือความไม่รู้ ส่วนวิชชาคือผลอันตรงกันข้ามซึ่งคลอดมาจากเหตุ เพื่อดับเหตุนั้นนั่นเอง ถ้าใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวจึงสามารถกล่าวได้ว่าศาสตร์ต่างๆ ในโลกล้วนเกิดจากความไม่รู้เป็นพื้นฐานผ่านการลองผิดลองถูกจนกลายเป็นสิ่งที่สั่งสอนกันมา แต่ก็ใช่ว่ามันจะสมบูรณ์เสียทั้งหมด เพราะเมื่อเวลาเปลี่ยนองค์ความรู้ย่อมเปลี่ยนไปตาม แต่มีความรู้แขนงหนึ่งซึ่งเป็นไปเพื่อความเสื่อมของผู้ศึกษาโดยแท้สิ่งนี้คือเดรัจฉานวิชา ซึ่งถ้าจะแปลไทยเป็นไทยก็คือวิชาต่ำทรามที่มุ่งเน้นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นเป็นส่วนใหญ่ ทว่าทุกสิ่งล้วนมีสองด้านเสมอเมื่อมีคนเรียนผูกก็ต้องมีคนเรียนแก้ แต่การจะแก้ได้อย่างสมบูรณ์นั้นเราก็ควรศึกษาถึงสิ่งนั้นๆ ให้เข้าใจ เช่นนั้นแล้วจึงสามารถอนุมานได้ว่าเป็นวิชาที่ศึกษาแล้วถูกใช้เพื่อทำลายผู้อื่น แต่ทางที่ดีเราไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งกับสิ่งเหล่านี้ เพราะไม่ทำความเจริญให้เกิดขึ้นแก่ผู้ใด แม้ผู้มีปัญญายังติเตียนด้วยประการทั้งปวง ในเมื่อกล่าวถึงสิ่งไม่มงคลแล้วก็ขอกล่าวถึงสิ่งที่เป็นมงคลบ้างคือ วิชาซึ่งนำสัตว์ออกจากทุกข์ที่พระผู้มีพระภาคทรงสรรเสริญว่าประเสริฐ ขึ้นชื่อว่าทุกข์ไม่ว่าจะมากหรือน้อยย่อมไม่ดีทั้งนั้น เช่นนั้นแล้วท่านทั้งหลายพึงเป็นผู้มีความสุข อย่ามีทุกข์เลย คือมีความสุขด้วยการประพฤติเพื่อออกจากสงสาร พ้นจากการเวียนเกิดเวียนตาย เพราะการเกิดเป็นต้นเหตุของความทุกข์ทั้งปวง การไม่เกิดด้วยความดับชาติ ชรา มรณะ เป็นบรมสุข
Attachments
เปลวเทียน.jpeg
เปลวเทียน.jpeg (55.87 KiB) Viewed 49 times
เปลวเทียน.jpeg
เปลวเทียน.jpeg (55.87 KiB) Viewed 49 times


กรรมใดเป็นบุญขอสรรพสัตว์จงมีส่วน สิ่งใดเป็นบาปขอท่านจงมองเป็นครู

Post Reply