ใกล้เกินมอง

กฏธรรมชาติซึ่งพระพุทธเจ้าได้ค้นพบ เพียงเปิดใจ ละอคติ มองด้วยตา
Post Reply
Quantum
Posts: 26
Joined: Wed Aug 22, 2018 12:32 pm

ใกล้เกินมอง

Post by Quantum » Tue Sep 11, 2018 1:23 am

การแสวงหาตนหรือแสวงหาผู้อื่นประเสริฐกว่ากัน เป็นพระดำรัสตรัสถามแก่มานพกลุ่มใหญ่ผู้กำลังตามหาหญิงงามเมืองผู้ลักเอาเครื่องประดับมีค่าของเพื่อนในกลุ่มไป โดยปกตินั้นบุคลมักมองไปยังผู้อื่นในลักษณะเพ่งโทษเพื่อให้ตนเองดูสูงขึ้น แต่ความเป็นจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะว่าบุคคลจะผ่องใสหรือเศร้าหมองล้วนเกิดจากตนทั้งนั้น ผู้อื่นไม่สามารถทำให้ได้ การมองตนประเสริฐอย่างไร คือมองพิจารณาถึงความประพฤติหาจุดบกพร่องและแก้ไข ทั้งนี้ต้องประกอบด้วยปัญญาไม่มีอคติลำเอียง บุคคลผู้นั้นจึงเป็นผู้พัฒนาสู่ความเจริญ ทว่าคนส่วนใหญ่มักตกอยู่ภายใต้ความหลงและเพลิดเพลินในสิ่งต่างๆ บนโลก เฉกเช่นเดียวกับการปฏิบัติซึ่งมีเพียงตนเท่านั้นที่ทำตัวของตัวเอง บุคคลเมื่อเพ่งมองมายังจิตแสวงหาความนึกคิดที่เกิดขึ้นแต่ไม่หลงไปกับมันปล่อยไปเช่นเดียวกับสายลมที่พัดผ่าน แต่บุคคลส่วนใหญ่เมื่อมีสภาวะอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งอันชอบใจมักเข้าไปข้องแสวงหาทางที่จะสามารถประสบกับสิ่งนั้นอีกด้วยความเพลิดเพลินทางความคิด เมื่อบ่อยครั้งเข้าจึงแสดงออกมาทางกายและวาจาในที่สุด ซึ่งบางอย่างเป็นความผิดต่อธรรม เป็นบาป นำสู่อบายอย่างเดียว แต่ด้วยกำลังใจยังต่ำจึงมิอาจหักห้ามตัวเองได้ ปราชญ์ซึ่งเปรียบได้กับงาช้างส่วนบุคคลนอกนี้เทียบไดกับเส้นขนทั่วร่างกาย ที่เปรียบเช่นนี้เพื่อแสดงให้เห็นความแตกต่างด้านจำนวนในบางยุคบางสมัย ผู้มีปัญญาเพ่งโจทย์ตนเองแทนที่จะสนใจผู้อื่น เมื่อมีความคิดเกิดขึ้นมา ก็เพียรกำหนดรู้สิ่งนั้นแล้วปล่อยวาง ไม่ยึดติดเป็นแต่เพียงการเกิดดับๆ ไม่มีที่สิ้นสุดด้วยการเฝ้าระวังเช่นนี้ วจีกรรมและกายกรรมจึงเกิดได้ยากเพราะขาดเชื้อตั้งต้นซึ่งถูกปล่อยให้ดับไปเอง ธรรมดาเป็นเช่นนั้นเอง มีแต่ตัวเราเท่านั้นที่เข้าไปยึดกับสิ่งนั้นสิ่งนี้จนเกิดความเสียหายใหญ่นับไม่ถ้วนนั่นเอง
Attachments
ใกล้เกินมอง.jpeg
ใกล้เกินมอง.jpeg (38.02 KiB) Viewed 10 times
ใกล้เกินมอง.jpeg
ใกล้เกินมอง.jpeg (38.02 KiB) Viewed 10 times


กรรมใดที่เป็นบุญขอสรรพสัตว์จงมีส่วน สิ่งใดเป็นบาปขอท่านจงมองให้เป็นครู

Post Reply