นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํ

อธิบายเนื้อความพอสังเขป
Post Reply
Quantum
Posts: 26
Joined: Wed Aug 22, 2018 12:32 pm

นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํ

Post by Quantum » Sat Sep 01, 2018 1:04 pm

      นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ                   นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํ
      นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา          วุฏฺฐิ เว ปรมา สรา.
สิ่งที่รัก (อื่น) เสมอด้วยตนไม่มี, ทรัพย์ (อื่น) เสมอด้วย
ข้าวเปลือกไม่มี, แสงสว่าง (อื่น) เสมอด้วยปัญญาไม่มี, ฝนแลเป็นสระอย่างยิ่ง.
(พุทฺธ) สํ. ส. ๑๕/๙.
มนุษย์เราสามารถทำหลายอย่างเพื่อคนที่ตนเองรัก และสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อตนเอง จนบางครั้งเราสามารถทำร้ายผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์บางประการสิ่งใดที่ได้ยินมาว่าดีก็แสวงหามาค้ำจุนร่างกายที่ทรุดโทรมลงทุกวัน ทั้งที่ไม่รู้ว่ามันดีจริงหรือเข้ากับตนได้หรือไม่ แม้คนที่ฆ่าตัวตายก็เช่นกัน อาจฟังดูขัดแย้งแต่เหตุที่เขาทำเช่นนั้นก็เพราะไม่สามารถทนรับกับสภาวะที่ก่อทุกข์นั่นเอง คำกล่าวข้างต้นทั้งหมดนั้นคือการแสวงหาความสุขอันฉาบฉวยซึ่งเจือด้วยบาปธรรมและเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์อย่างเดียวเพราะเป็นของภายนอกไม่จีรังเป็นไปเพื่อการยึดมั่นข้ามภพข้ามชาติ ความสุขที่แท้จริงนั้นเกิดจากภายในคือการเฝ้าระวังจิตมิให้มีความอยากอันเกิดจากกิเลสซึ่งชักนำสู่เหตุก่อเวรแล้วต้องรับผลกรรมนั้นต่อไปเรื่อยๆ อย่างนี้ถึงเป็นการรักตัวเองอย่างแท้จริงเพราะปฏิบัติเพื่อพ้นจากทุกข์มิใช้เพื่อไปตามทุกข์ ประการต่อมาข้าวเปลือกมีค่ากว่าทองคำ เนื่องจากว่าในอดีตนั้นสังคมส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาอาหารจากการเกษตรขนาดเล็ก ดังนั้นทรัพย์ที่สำคัญที่สุดหาใช่เงินทองไม่ แต่กลับเป็นธัญพืชจนถึงขนาดนำมาตั้งเป็นชื่อของกษัตริย์ในยุคอินเดียโบราณเช่น พระเจ้าสุทโธทนะ พระเจ้าอมิโตทนะ พระเจ้าโธโตทนะ พระเจ้าฆนิโตทนะ พระเจ้าสุกโกทนะ ซึ่งล้วนเป็นพระญาติของพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น โดยทุกพระองค์มีรากศัพท์ว่า โอทนะ ซึ่งแปลว่าข้าวสุกนั่นเอง อีกประการเพราะว่าในอดีตนั้นมักมีโรคระบาดหรือภัยธรรมชาติที่รุนแรงจนเป็นเหตุให้ผู้คนล้มตายทั้งเมืองอยู่เนืองๆ เฉกเช่นเดียวกับข้าวที่เป็นอาหารพื้นฐานสามารถนำมาใช้ได้ทุกเมื่อ สำหรับผู้ปราถนาอมตธรรมก็เช่นกัน ศีล สมาธิ ปัญญา มีค่าเพราะนำมาใช้ได้ทันที ไม่จำเป็นต้องท่องบ่นคาถากำกับและยังสามารถติดตามไปยังภพต่อๆ ไปเป็นอุปนิสัยตามส่งจนกว่าจะบรรลุประโยชน์สูงสุดคือพระนิพพานนั่นเอง ประการที่สามธรรมดาบุคคลผู้มีคบเพลิงในถ้ำมืดยังไม่แน่ว่าเขาจะออกจากที่แห่งนั้นได้ แต่บุคคลผู้มีปัญญาฉลาดในเส้นทาง รู้ทางที่ควรไปละทางที่ไม่ควรย่อมนำพาผู้ถือคบเพลิงให้พบแสงสว่างภายนอกได้ เปรียบกับนักบวชในศาสนานี้มีคบเพลิงเตรียมพร้อมและป้องกันตนเองได้ในระดับหนึ่ง แต่ท่านไม่สามารถออกจากที่อันตรายคือวัฏฏะนี้ได้โดยง่ายจึงต้องอาศัยบรมครูและผู้เดินตามทางที่ท่านชี้บอกไว้ก่อนแล้วด้วยสิกขาทั้งสามประการ เมื่อพยายามทำตามคำแนะนำนั้นแล้วย่อมออกมาสู่ที่ปลอดภัยและสามารถบอกทางแก่คนที่ยังหลงอยู่ได้เช่นกัน ประการสุดท้าย ฝนที่ตกลงมาทีละหยดกลายเป็นลำธารไหลรวมกันเป็นแม่น้ำและเติมเต็มแอ่งน้ำในที่สุด ข้อนี้เปรียบดุจพระโพธิสัตว์เพียรสั่งสมบารมีทั้ง 30 ทัศอย่างอ่อน อย่างกลาง และอย่างอุกฤษฏ์ คอยเติมน้ำทีละหยดจนเต็มมหาสมุทรฉันใด เราผู้เดินตามทางที่ท่านชี้บอกเพียงเติมน้ำให้เต็มแก้วย่อมสามารถกระทำได้ไม่ยากเกินความสามารถฉะนั้น

บุคคลรักตนเองมากที่สุดไม่ว่าสิ่งใดที่ได้ยินว่าดีก็เฝ้าพากเพียรหามาค้ำจุนร่างกายนี้ แต่มันเป็นเพียงความสุขภายนอกที่ไม่ยั่งยืนดุจความสงบที่สามารถหาได้โดยไม่ต้องไปแสวงหาจากที่ใหน ธัญพืชสามารถนำมาเป็นอาหารได้ทันทีเช่นเดียวกับศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ต้องท่องมนต์ หรือถือข้อห้ามมากมาย เพียงรักษาใจภายในนี้ประการเดียว ไม่ข้องเกี่ยวกับผู้ใด ดุจบุคคลผู้มีปัญญาบอกทางสว่าง ชี้ทางที่ควรให้ละทางที่ไม่ควร ท่านก็ให้ปฏิบัติสิขาทั้งสามนี้เช่นกัน สุดท้ายฝนที่ร่วงลงมาที่ละหยดย่อมสามารถเติมสระให้เต็มได้ดุจการสั่งสมบารมีของพระพุทธเจ้าที่เติมน้ำทีละหยดจนเอ่อล้นขอบมหาสมุทรใหญ่


นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ  นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํ   .jpeg
นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํ .jpeg (30.03 KiB) Viewed 64 times
นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ  นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํ   .jpeg
นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํ .jpeg (30.03 KiB) Viewed 64 times


กรรมใดที่เป็นบุญขอสรรพสัตว์จงมีส่วน สิ่งใดเป็นบาปขอท่านจงมองให้เป็นครู

Post Reply