ศีล นำมาซึ่งความสุข โภคะและพระนิพพาน

กฏธรรมชาติซึ่งพระพุทธเจ้าได้ค้นพบ เพียงเปิดใจ ละอัคติ มองด้วยตา
Post Reply
น้ำชาบูด
Posts: 15
Joined: Fri May 18, 2018 7:28 am

ศีล นำมาซึ่งความสุข โภคะและพระนิพพาน

Post by น้ำชาบูด » Wed Jun 13, 2018 2:37 pm

ศีลคือปกติ โดยผู้ที่จะเกิดมาเป็นมนุษย์ได้ต้องเคยรักษาศีลอย่างต่ำสุดคือศีล 5 อันเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขทั้งมวล

ศีลนำความสุขมาให้ การอยู่ในกลุ่มผู้มีศีลโดยผู้มีศีลนี้มิใช่ผู้ถือ เพราะคนละแบบกัน ถือนั้นหนัก ซ้ำร้ายยังอาจถือไว้เพื่อประทุษร้ายผู้อื่นด้วย การอยู่กับพวกเขามีสุขอย่างไร อย่างแรกไม่ต้องกลัวว่าจะถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจโดยการใช้กำลังหรือวาจาส่อเสียด เมื่อเป็นเช่นนี้จัดเป็นพรหมวิหารข้อเมตตาเพราะปราถนาให้ผู้อื่นมีความสุข ไม่ต้องเดือดร้อนด้วยการต้องคอยระมัดระวังสิ่งของของตนว่าจะสูญหาย หรือระแวงว่าคู่ครองจะแอบคบกับผู้อื่นลับหลัง จะหลับก็เป็นสุข จะทำกิจการสิ่งใดๆ ก็เป็นสุข การลงทุนติดต่อซื้อขายเป็นธรรมด้วยมีหิริคือความละอาย และโอตัปปะ ความกลัว กลัวต่อบาปไม่คดโกงกัน สุดท้ายเมื่อบุคคลมีสติมั่นไม่คลอนแคลน ย่อมทำสิ่งต่างๆ ด้วยความระมัดระวัง ตัดสินทุกอย่งด้วยเหตุผลมิใช่อารมณ์

ศีลนำโภคสมบัติมา ข้อนี้ถือว่าเป็นไปโดยอ้อม อย่างเช่นการดื่มสุรายาเมา สิ่งที่ต้องสิ้นเปลืองไปทุกครั้งคือทรัพสินย์ เป็นบ่อเกิดของการขาดสติ จนเป็นเหตุให้เสื่อมเสียชื่อเสียงผู้คนไม่เชื่อถือ ดังนั้นผู้ที่ประพฤติย้อหย่อนย่อมติดต่อการงานกับผู้อื่นได้โดยยาก ทั้งเวลาที่เสียไปก็มิอาจเรียกกลับ ซ้ำร้ายยังบั่นทอนสุขภาพในบั้นปลายสูญเสียจากการรักษาพยาบาลที่ไม่จำเป็น กลายเป็นภาระให้ผู้อื่น

ศีลนำสู่พระนิพพาน ธรรมดาผู้มีศีลมักมีจิตใจมั่นคงสามารถฝึกสมาธิได้รวดเร็ว และสมาธิเป็นพื้นของปัญญาคือวิปัสนา ทั้งสองนี้ก็เช่นกับสันมีดและคมมีดแยกกันไม่ได้ เพราะการพิจารณาข้อธรรมต่างๆ ต้องมีสมาธิเป็นฐานนั่นเอง

ข้าพเจ้าเป็นผู้ใหม่ หากกล่าวสิ่งใดผิดพลาด ข้าพเจ้าขอขมา ณ ที่นี้และขอท่านโปรดแนะนำโดยธรรม เพื่อส่งเสริมธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไป


ความใดที่กล่าวแล้วผิดขอท่านแนะนำโดยธรรม เพื่อส่งเสริมธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

Tags:

Post Reply