ยสฺส อจฺจนฺตทุสฺสีลฺยํ มาลุวา สาลมิโวตฺถตํ

อธิบายเนื้อความพอสังเขป
Post Reply
Quantum
Posts: 26
Joined: Wed Aug 22, 2018 12:32 pm

ยสฺส อจฺจนฺตทุสฺสีลฺยํ มาลุวา สาลมิโวตฺถตํ

Post by Quantum » Sun Sep 02, 2018 1:20 pm

       
       ยสฺส อจฺจนฺตทุสฺสีลฺยํ           มาลุวา สาลมิโวตฺถตํ
       กโรติ โส ตถตฺตานํ              ยถา นํ อิจฺฉตี ทิโส.
ผู้ใดมีความไร้ศีลธรรมครอบคลุม เหมือนย่านทรายคลุมไม้สาละ
ผู้นั้นชื่อว่าทำตนเหมือนถูกผู้ร้ายคุมตัว.
     (พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๓๗.
ศีลธรรม เป็นกรอบข้อตกลงร่วมกันของคนในสังคมว่าเป็นสิ่งที่งดงาม เป็นไปเพื่อความสุข ดำรงอยู่โดยไม่ต้องระแวงภัยอันตรายจากใครคนใดคนหนึ่ง ถ้าจะแยกออกมาให้ชัดเจนคือ ศีลและธรรม โดยศีลนั้นควบคุมกายวาจา ส่วนธรรมควบคุมใจ ในศีลมีธรรมในธรรมก็มีศีลประคับประคองกันไป ในที่นี้ขอยกศีล ๕ ซึ่งเป็นพื้นฐานความเป็นมนุษย์ผู้มีใจสูงคือ เว้นจากการฆ่า ลักทรัพย์ ผิดประเวณี และการดื่มของเมา ทั้งสี่ข้อล้วนเป็นการควบคุมกายกรรมอย่างชัดเจน และข้อที่ว่าด้วยการกล่าวเท็จควบคุมวจีกรรม แต่ทั้งหมดนี้จะสำเร็จได้ก็ต้องประกอบด้วยใจที่มีธรรมด้วยนั่นเอง ส่วนธรรมเป็นการกล่าวถึงความดีงามโดยรวม เช่นประพฤติศีลก็มีธรรม มีพรหมวิหารก็คือมีธรรม ทั้งธรรมและศีลต่างเกื้อกูลกันอย่างนี้ ท่านเปรียบผู้มีศีลธรรมดุจต้นสาละที่ยืนตระหง่านผลิดอกสะพรั่ง แต่ขอนอกเรื่องซักหน่อย สาละอินเดียนั้นเป็นพืชตระกูลเต็งรัง หาใช่ต้นลูกปืนใหญ่ที่มีกิ่งตั้งแต่โคนและมีดอกเต็มกิ่งนั้นไม่ แต่หลายคนเข้าใจผิดเพราะมีอีกชื่อว่าสาละเช่นกัน จนนิยมนำมาปลูกกันเต็มไปหมดทั้งที่มีกลิ่นไม่น่าปราถนานัก ต่อมาท่านเปรียบความดีเป็นเหมือนไม้ใหญ่อย่างนี้ ดูมีความยิ่งใหญ่ในตัว แต่เมื่อไรก็ตามที่เถาวัลย์ขึ้นปกคลุมความน่าเกรงขามนั้นจะหมดไปดุจมีของไม่งามพาดไปมาน่ารังเกียจ เหมือนดวงจิตที่ผ่องใสแต่กลับถูกฝุ่นธุลีฉาบทาให้เศร้าหมอง แม้จะส่องแสงเข้าไปมากเท่าไรก็ไม่อาจแวววาวได้เท่าที่ควร เหมือนคนที่ทำตัวให้ถูกกุมตัวไว้ คือทำความไม่ดีจนเป็นเหตุเกิดโทษต้องคดีความ ไม่สามารถไถ่ถอนได้ทันจึงต้องทนทุกข์รับความผิดอยู่ในที่อันสมควรแก่ความผิดที่ก่อไว้ นับแต่อย่างเบาคือถือเอากำเนิดแห่งดิรัจฉานจวบจนถึงนรกภูมิ และยังไม่จบในอัตภาพเดียวเศษผลกรรมนั้นยังตามติดให้ต้องถือเอากำเนิดในแดนที่ไม่เจริญคือเต็มไปด้วยความทุกข์นั่นเองจนกว่าจะธุเลาเบาบางและเกิดเป็นมนุษย์เพื่อสั่งสมบารมีต่อไป

ผู้มีศีลธรรมย่อมงดงามเป็นที่สรรเสริญของหมู่เทวดาและมนุษย์ ด้วยว่าเป็นผู้ไม่มีภัยแก่ผู้ใด เป็นอยู่โดยสงบเรียบร้อยดุจไม้สาละอันยืนต้นตระหง่านน่าเกรงขามแม้จะนิ่งสงบอยู่ ทว่าเมื่อบุคคลทำตัวไม่น่าเครพประทุษร้ายผู้อื่น ย่อมไม่งดงามดุจมีเถาวัลย์ห้อยระโยงระยางข้ามไปมาในแต่ละกิ่งดูไม่เข้าที ชื่อว่าทำตัวให้ถูกกุมขังเพราะธรรมดาบุคคลเมื่อต้องโทษย่อมถูกดำเนินคดีตามความผิดนั้นๆ ให้เดือดร้อนทั้งกายใจเป็นทุกข์จนกว่าจะพ้นโทษต่อไป
ต้นไม่ถูกคลุมด้วยมอส.jpeg
ต้นไม่ถูกคลุมด้วยมอส.jpeg (83.48 KiB) Viewed 67 times
ต้นไม่ถูกคลุมด้วยมอส.jpeg
ต้นไม่ถูกคลุมด้วยมอส.jpeg (83.48 KiB) Viewed 67 times


กรรมใดที่เป็นบุญขอสรรพสัตว์จงมีส่วน สิ่งใดเป็นบาปขอท่านจงมองให้เป็นครู

Tags:

Post Reply